ให้กำลังใจ กรรชัย

ให้กำลังใจ กรรชัย

เป็นตัวพ่อทั้งวงการบันเทิงและวงการข่าวที่ใครหลายคนต้องยกให้เขาคนนี้ หนุ่ม กรรชัย ที่ได้รับเชิญไปร่วมพูดคุยในรายการแฉ ทางช่อง GMM25 ได้มาเล่าเรื่องเส้นทางการทำงานสายพิธีกรจนตอนนี้ผู้คนต่างบอกว่าเขานั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการคนนึง ซึ่งหนุ่มก็รีบปฏิเสธว่า ไม่เลย คือจริงๆแล้ว ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่มีอิทธิพล ไม่ได้มีอะไรในวงการเลย เป็นคนที่ทำงานคนนึงเท่านั้นเอง และทำงานเหมือนกับทุกๆคนที่เขาทำ การนำเสนอก็นำเสนอในทุกแง่มุมและเป็นกระบอกเสียงให้กับคนไทย

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเล่าข่าวของ หนุ่ม กรรชัย เริ่มจากมาทำรายการ โหนกระแส ก่อน ตอนนั้นอยู่ช่อง 28 มีอยู่วันนึงผู้ใหญ่ 2 ท่านติดต่อมาอยากให้มาอ่านข่าว ตอนนั้นหนุ่มปฎิเสธ กึ่งแบ่งรับแบ่งสู้เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของเขา ซึ่งหนุ่มเองเป็นคนที่ชอบสัมภาษณ์คนมากกว่า เขาบอกว่ามันต่างกันคนที่สัมภาษณ์กับการเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่า เพราะว่าหนุ่มเป็นคนที่ชอบรับรู้เรื่องของคนอื่น แต่การอ่านข่าวคือการที่นำเรื่องของคนอื่นไปเล่า แล้วนำเสนอไปบางทีมันผิดพลาดไปตัวเราก็จะซวยกลายเป็นว่าข้อมูลเราไม่ดีจึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวของเขา

สุดท้ายหนีอยู่ 3 เดือนและกลับมานั่งคิดว่าจริงๆแล้วตัวเขาเชื่อว่าคนที่อยากได้โอกาสในการมานั่งอ่านข่าวที่ช่อง 3 มีเยอะมาก แต่เหมือนหวยมาลงที่ตัวเขา มีผู้ใหญ่หยิบยื่นมาให้มันคือโอกาส ซึ่งโอกาสคือสิ่งๆนึงถ้าผ่านไปแล้วก็อาจจะผ่านไปเลย จะไม่เกิดขึ้นกับชีวิตหนุ่มอีกเลย หนุ่มเลยมองว่ามันคงต้องคว้าเอาไว้ก่อน ถ้าเกิดทำไม่ได้จริงๆ เราค่อยถอนตัว อย่างน้อยอย่าพึ่งไปดูถูกตัวเองว่าเราทำอะไรไม่ได้ แล้วเราไม่เอา พอได้โอกาสมาก็พยายามทำเต็มที่ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มาสายนี้โดยตรง แต่เขาเชื่อว่าความพยายามของมนุษย์ถ้าเราตั้งใจทำกับอะไรแล้ววันนึงเราจะได้ผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมา

ช่วงแรกก็โดนคอมเมนต์ด่าถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา หนุ่มเผยว่าสมัยก่อนโกรธมากจะมีคนมาพูดประมาณว่า สื่อก็ไม่ใช่ไม่รู้จะนิยามว่าอะไร มันไม่ใช่สื่อหรอก มันเป็นแค่ดาราคนบันเทิง เวลามันถามคนถึงถามแบบไม่มีมารยาท เมื่อก่อนสงสัยทำไมต้องด่าขนาดนี้ แต่สุดท้ายพอเราอยู่มานานเราก็รู้สึกว่าเราพิสูจน์ตัวเราเองแล้วว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราก็มองในแง่ดีของเรา เราได้เปรียบกว่าคนอื่น เราเป็นอยู่ในวงการมาก่อน เรามีเรื่องการละลายพฤติกรรมก่อนเข้าฉาก พูดคุยกันก่อน มันทำให้ประชาชนสัมผัสเราได้ แล้วรู้สึกว่าถ้าเราละลายพฤติกรรมเขาได้เขาก็จะมั่นใจกับเรา จึงนำประสบการณ์ตรงนี้มาใช้กับงานให้เข้ารูปเข้ารอย

การทำข่าวหนุ่มยอมรับว่าเครียดเพราะตัวเองเป็นคนที่อยากพูดคุยกับตัวต้นตอเอง เพราะจะรู้เรื่องมากกว่าและสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำโดยที่ไม่ได้ผิดเพื้อนอะไร แม้จะยากขนาดไหนตัวเขาก็จะพยายาม ถ้าติดต่อไม่ได้เขาก็จะให้ทีมงานติดต่ออีกทีแล้วนำมาใช้ได้ทั้ง 2 ฝั่ง หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่อย่างงั้นถ้าพูดออกไปมันอาจจะมีผลกระทบกับอีกคนนึงก็ได้

และการอยู่กับข่าวเยอะจนมีส่วนให้ต้องไปพบจิตแพทย์เพราะว่าเขาสัมภาษณ์คนมาตั้งแต่สมัยอยู่กับมดดำ รายการบอกเก้าเล่าสิบ ปากโป้ง เมืองไทยวาไรตี้ แล้วมาโหนกระแส เอาแค่โหนกระแสปีนึงเขาทำทั้งหมด 22 เทป หรือ 22 วัน ต่อ 1 เดือน ใน 22 วัน อาจจะไม่ได้คุยกัยแขกแค่คนละวัน วันนึงอาจจะ 2 คน เดือนนึง 22 คน 10 เดือนก็ 200 กว่าคน เขาต้องนำเรื่องของคน 200 กว่าคนมาอยู่ในหัวตัวเอง ฟังทุกวันๆ จนวันนึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาบอกว่ายังไม่เครียด ยังรับได้ จนวันนึงรู้สึกแปลกๆ ไปคุยกับนักจิตวิทยา เขาก็บอกว่า หนุ่มจำเป็นต้องแกะอะไรออกไปบ้าง พักผ่อนบ้าง เที่ยวบ้าง ทำอะไรที่หลุดจากตรงนี้ไปบ้าง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้เครียดอะไร นักจิตวิทยาก็บอกว่า สิ่งที่ตัวหนุ่มรับเข้ามามันจะเข้าไปอยู่ที่จิตใต้สำนึก ถ้าวันนึงเครียดมากๆตัวเราจะไปหยิบสิ่งที่รู้สึกว่ามันเป็นจุดที่มันคลิกกับตัวเราออกมาใช้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ