9 อาการ โอไมครอน ในเด็ก เช็คเลย แบบไหนที่อันตราย อย่าให้สายเกินแก้!

9 อาการ โอไมครอน ในเด็ก เช็คเลย แบบไหนที่อันตราย อย่าให้สายเกินแก้!

CV-19 มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งล่าสุดเป็นสายพันธุ์ "อ า ก า ร โ อ ไ ม ค ร อ น" สำหรับอาการของ โ อ ไ ม ค ร อ น นั้นมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัด ขณะนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

เดอะซันรายงาน เด็กไม่เสี่ยงติดโรคโควิดขั้นรุนแรง แต่เนื่องจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีหลายคน ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน จึงไร้การป้องกันเชื้อไวรัส ซึ่งเยาวชนมีแนวโน้มเป็นพาหะของไวรัสส่งต่อไปยังพี่น้อง พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียน อีกทั้ง รายงานก่อนหน้านี้ยังอ้างว่า "อาการโอไมครอน" อาจแตกต่างกันเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งระบบสาธารณสุขประจำประเทศอังกฤษ (National Health Service: NHS) ระบุอาการหลักของโควิดในเด็กและผู้ใหญ่ ดังนี้

- อุณหภูมิสูง

- การไอต่อเนื่องครั้งใหม่ หมายถึง การไอมากเกิน 1 ชั่วโมง หรือไอ 3 ครั้งขึ้นไปใน 24 ชั่วโมง

- สูญเสียหรือเปลี่ยนประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นหรือรส

- เมื่อยล้า

- คัดจมูก น้ำมูกไหล

- ปวดหัว

- เจ็บคอ

- เบื่ออาหาร

- ปวดเมื่อยตามร่างกาย

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่ ZOE รวบรวมอาการของCV-19 สายพันธุ์ "โ อ ไ ม ค ร อ น" จาก 21 อันดับ ผลปรากฏว่าอาการผื่นอยู่ที่อันดับ 10 ได้แก่ ลมพิษ ผดร้อน และชิลเบลนส์อาการผื่น ซึ่งส่วนใหญ่พบในเด็ก

ดร.แองเจลิค โคเอทซี ประธานสมาคมการแพทย์แห่งแอฟริกาใต้กล่าวว่า อาการหลักของ "โ อ ไ ม ค ร อ น" ที่เธอพบในชายหนุ่มคือ ความเหนื่อยล้า ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่ง ดร.แองเจลิคบรรยายถึงกรณีของเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ที่มีอุณหภูมิและอัตราชีพจรสูงมาก "อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่ต้องระวังในบุตรหลานของคุณ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงกรณีเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ซึ่งทางเราไม่ได้รับรายงานผู้ป่วยสูญเสียรสชาติและกลิ่น"

ทางด้านดร.เดวิด ลอยด์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน กล่าวว่า เด็กทั้งหมดที่เขาได้รับการรักษานั้น ยืนยันว่า อาการของไวรัสโควิดแตกต่างกับ " โ อ ไ ม ค ร อ น" ประมาณ 15% "เราเคยมีผู้ป่วยกลุ่มเล็ก ๆ ที่ป่วยด้วยโรค CV-19 ซึ่งมีอาการผื่นขึ้นเล็กน้อย แต่เด็กที่ติด "โ อ ไ ม ค ร อ น" ถึง 15 เปอร์เซ็นต์มีอาการผื่นขึ้นอย่างผิดปกติ พวกเขายังประสบกับความเหนื่อยล้า ปวดหัว และเบื่ออาหาร ซึ่งคล้ายกับอาการต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ใหญ่"

ซึ่งทั้งหมดสอดรับกับข้อมูลในประเทศไทย โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ อัตราป่วยนอนโรงพยาบาลในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีลงมานั้นอยู่ในระดับพอกันระหว่าง "O m i c r o n" และเดลตา ซึ่งย้ำเตือนว่า กลุ่มเด็กเล็กนั้นควรได้รับการดูแลป้องกัน เนื่องจากยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ช่วงวัย 5-11 ปี จะเพิ่งมีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ แต่ทั่วโลกคงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า อาการโควิดในเด็ก จะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยสมัยก่อนเด็กจะมีภาวะ "โรคคาวาซากิ" เป็นโรคที่มีการอักเสบทั้งร่างกาย หัวใจ และเส้นเลือดหัวใจ ทำให้มีลักษณะ เป็นผื่น ลิ้นแดง เป็นตุ่มลิ้นสาก และ ช็อกได้ หรือ มีภาวะเส้นเลือดหัวใจอักเสบอุดตัน ซึ่งหากในผู้ใหญ่ จะไม่ออกอาการที่มีผื่นให้เห็น แต่อวัยวะภายในถูกกระทบคล้าย ๆ กัน ส่วนอาการที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 3 ประการ คือ

- อาการทางระบบทางเดินหายใจ

- อาการนอกระบบทางเดินหายใจ เช่น ปวดศีรษะ ตัวร้อน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ท้องเสีย และมีอาการทางหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หรือ ความดันโลหิตตก

- มีอาการทั้งสองอย่างปนกัน

ขอบคุณภาพจาก pixabay,กรมสุขภาพจิต

เรียบเรียงข้อมูลโดย viralsfeedpro

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ